จากตอนที่แล้วที่กล่าวถึงการผสมในสายเลือดหรืออินบรีดดิ้ง
(inbreeding) ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เป็นอุปสรรคที่ทำให้การผสมไก่ชนทั้งไม่เป็นไปตามคาดและมีบางส่วนที่สามารถรักษาสายเลือดนั้นให้เป็นพันธุ์แท้
ส่วนการผสมนอกสายเลือด(outbreeding) ก็เป็นการผสมที่ตรงกันข้ามกับอินบรีดดิ้งโดยสิ้นเชิง
ที่ให้ประโยชน์และข้อบกพร่องเมื่อเปรียบเทียบกัน ถึงทั้งสองวิธีจะมีข้อเสีย
แต่ก็เป็นสิ่งที่นักเพาะพันธุ์ต้องเรียนรู้ไว้เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดที่จะผสมไก่ชนให้ได้คุณภาพที่ดี
การผสมนอกสายเลือด(outbreeding)โดยรวมแล้วคือการผสมพันธุ์ไก่ชนที่มีความสัมพันธ์กันทางญาติน้อย
หรือทั้งคู่เป็นพันธุ์ที่ไม่มีความสัมพันธ์เป็นญาติกันเลย
ในไก่ชนอาจจะเป็นการผสมระหว่างไก่ชนต่างสายกันหรือไก่ชนที่มีลีลาการชนต่างกัน
การผสมเช่นนี้ก่อให้เกิดสัดส่วนของจีโนไทป์ (genotype)
ที่เป็นเฮทเทอโรไซโกต (heterozygote) เกิดมากที่สุดในรุ่นลูก(F1)
คือมีลูกไก่ชนที่เกิดมาเป็นไก่ชนที่มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างพ่อกับแม่
อาจจะเรียกว่าเป็นไก่ชนกลุ่มที่ไม่สามารถใช้แข่งได้
เนื่องจากการผสมพันธุ์มีการแยกตัวของยีนของทั้งพ่อและแม่
และรวมตัวของยีนทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน รุ่นลูกที่เกิดจากการผสมข้ามสาย
จึงเป็นรุ่นที่มียีนของทั้งพ่อและแม่รวมกัน มีลีลาการชนไม่เด่นไปทางพ่อหรือแม่
และลักษณะภายนอกมีคล้ายกับพ่อหรือแม่อย่างละครึ่ง
หากผู้เพาะพันธุ์ไก่ชนไม่มีการเรียนรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์มาก่อน
และทำการเพาะพันธุ์แบบสุ่มเอาไก่ชนดีกับไก่ชนดีมาเข้าคู่กัน
โดยไม่มีการสืบประวัติว่ามีความเกี่ยวพันในสายเลือดหรือมีแนวการชนที่ต่างกัน
ลูกไก่ชนที่ได้ส่วนใหญ่ จะเป็นไก่ชนที่ใช้ไม่ได้โดยทั้งหมด
ถึงแม้จะมีการใช้พ่อแม่พันธุ์ชั้นดี แต่ทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างกันมาก
ลูกที่เกิดมาก็จะมีความก้ำกึ่ง และถ้ามีการนำรุ่นลูกที่มีความก้ำกึ่ง
ไปผสมกับไก่ชนอื่นที่ต่างสายกันอีกแบบสุ่มอีก โอกาสที่จะได้ไก่ชนดีก็จะน้อยลง
เนื่องจากธรรมชาติของไก่ชนจะปรับตัวให้ลูกที่เกิดมา
มีความแปรปรวนจากพันธุกรรมน้อยลง เหตุก็มาจากพันธุกรรมของไก่ชนถือว่าเป็นยีนที่เกิดจากการกลายพันธุ์
ดังนั้น ธรรมชาติของไก่ชนก็จะปรับตัวให้พันธุกรรมมีความแปรปรวนน้อยลง
มีการขจัดยีนที่แปรปรวนจากการกลายพันธุ์ออกไป และถ้ามีการผสมไก่ชนต่างสายเข้าด้วยกันไปเรื่อยๆ
ลูกรุ่นหลังที่ได้ก็จะมีการปรับตัวกลับใกล้เคียงพันธุกรรมดั้งเดิมที่เป็นต้นกำเนิดของไก่ชน
ซึ่งก็คือ ไก่พื้นบ้านหรือไก่ป่าโดยทั่วไป
โดยรวมแล้วขอสัณนิษฐานว่า
ไก่ชนที่เกิดจากการผสมข้ามทุกชนิด จะมีความแปรปรวนของประชากรสูง
มียีนที่แตกต่างกันจำนวนมากรวมอยู่ในไก่ชนตัวเดียว เนื่องมาจากถูกผสมข้ามไปข้ามมา
ขาดหลักเกณฑ์ที่แน่นอน ไก่ชนในกลุ่มนี้ก็จะมียีนคู่ผสมอยู่จำนวนมาก
ธรรมชาติของการสืบพันธุ์ก็จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงความถี่ของยีนแต่ละตัวเพื่อรักษาสมดุลของลักษณะพันธุกรรม
เรียกว่า balance model หรืออีกตำราก็เรียก equilibrium
under selection เป็นการป้องกันไม่ให้ยีนตัวใดตัวหนึ่งมีความถี่สูงเกินไป
นั่นคือ ประชากรไก่ชนส่วนใหญ่จะมีการปรับสมดุลระหว่างยีนคู่ผสมและยีนคู่แฝด
เพื่อให้ได้สมดุลของลักษณะพันธุกรรมต่างๆ ภายในประชากร
ภายใต้สภาวะแวดล้อม เหตุก็อาจเนื่องมาจาก ธรรมชาติต้องการปรับให้สิ่งมีชีวิตอยู่รอด
โดยกำจัดความแปรปรวนออกไป เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ให้มีชีวิตรอดโดยธรรมชาติ
หรืออธิบายง่ายๆเช่น เราต้องการไก่พม่าที่เป็นไก่ชนที่เก่งๆ
จะมีหน้าอก ปั้นขาใหญ่ ปากแข็งแรง กว่าไก่ทั่วๆ ไป แต่ธรรมชาติไม่ยอมรับลักษณะที่มนุษย์ต้องการ
แต่กลับรักษารูปร่างเล็ก เพื่อความปราดเปรียวในการหลบหลีกศัตรูแทน
เพื่อให้ไก่ชนมีชีวิตรอดเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป ธรรมชาติจึงคัดลักษณะที่มนุษย์ต้องการทิ้งไปเมื่อมีการผสมข้ามสายแบบสุ่ม
ในกรณีของการผสมข้ามสายในไก่ชน
อาจมีไก่ชนที่เกิดขึ้นมาใหม่ ที่มีการลีลาการชนและคุณภาพร่างกายดีกว่าไก่ชนอื่นๆได้เหมือนกัน
เนื่องจากเป็นการผสมกันระหว่างไก่ชนที่มียีนที่เกิดจากการกลายพันธู์เข้าด้วยกัน
อาจะเกิดไก่ชนใหม่ที่เป็นแชมป์เหนือกว่าไก่ชนใดๆ สาเหตุก็อาจจะมาจากไก่ชนเป็นเครือญาติกันห่างๆ
เมื่อนับย้อนหลังไป ไก่ชนเหล่านี้ เป็นไก่ชนที่เกิดจากการผสมจากไก่ชนดังๆในสมัยก่อนเพียงไม่กี่ตัว
ไก่ชนดังสมัยก่อนที่เป็นจุดเริ่มต้นของไก่ชนปัจจุบันที่ถูกการคัดเลือกโดยมนุษย์ก็เกิดขึ้นโดยนำไก่ชนที่ดีเข้ากับไก่ชนดี
ลูกที่เกิดมาส่วนใหญ่อาจจะใช้ไม่ได้ แต่ก็มีบางส่วนเป็นไก่ชนดี
และการคัดเลือกพันธุ์ชั้นต่อๆมาของมนุษย์ก็นำไก่ชนเหล่านี้ไขว้กันไปเรื่อยๆ
มีไก่ชนดีไม่กี่ตัวเกิดขึ้นท่ามกลางไก่ชนที่ใช้ไม่ได้หลายหมื่นตัว
ไก่ชนระดับหัวก็ถูกผสมเข้าด้วยกัน จึงมีความเกี่ยวพันธุ์ทางสายเลือดอย่างห่างๆ
การผสมข้ามสายในไก่ชนเลยเป็นการผสมแบบเกี่ยวพันทางสายเลือด
แต่เป็นสายเลือดที่ห่างกันมากแล้ว ถ้าจะให้กะว่า โอกาสที่จะได้ไก่ชนดีจากการผสมข้ามสายเลือดในไก่ชนเป็นเท่าไร
ก็อาจจะเกิดขึ้นหนึ่งคอก ในจำนวนคอกเพาะแบบข้ามสายทั้งหมดหนึ่งพันคอกเท่านั้น
ไม่ว่าการผสมในสาย
(inbreeding) หรือข้ามสาย ( outbreeding ) ทั้งสองวิธีถือว่าเป็นหลักที่ต้องหลีกเลี่ยง
เนื่องจากทั้งสองวิธีมีข้อเสียที่ต้องคำนึง เนื่องจากไก่ชนดีจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก
เปลืองเวลา เปลืองงบประมาณ ยังมีวิธีที่จะนำมาซึ่งการแก้ไขนำข้อดีของทั้งสองแบบและกำจัดข้อเสียออกไปก็จะเป็นวิธีการที่อยู่ระหว่างการผสมในสาย
(inbreeding) และข้ามสาย ( outbreeding ) ซึ่งก็คือไลน์บรีดนั่นเอง
ไลน์บรีดมิใช่เรื่องใหม่ บางฟาร์มส่วนใหญ่มีการใช้วิธีนี้อยู่
ตอนหน้าจะขอกล่าวถึงรายละเอียดของไลน์บรีด
ผู้เขียน
: อ.ตองอู
นำเสนอโดย : ทีมงานซุ้มไก่ชน